สำหรับผู้ดูแลระบบที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน Remote Login ผ่าน OpenSSH Client อยู่เป็นประจำไม่ว่าจะใช้งานบน Linux, *BSD, Mac OS X คงจะเกิดอาการเบื่อไม่น้อยที่ต้องพิมพ์ Password ทุกๆ ครั้งที่ต้องการจะ Login (ไม่นับ Password จำพวก 123456 นะครับ) ทางออกสำหรับผู้ที่ต้องการ Login โดยไม่ต้องพิมพ์ Password แถมยังคงความปลอดภัยตามแบบฉบับของ OpenSSH สามารถทำได้ตามวิธีดังต่อไปนี้ครับ
ระบบที่ทำการทดสอบ
- OpenSSH Client บน Mac OS X 10.5.6
- OpenSSH Server บน Ubuntu 8.04
ขั้นตอนแรก ทำการสร้าง keys สำหรับยืนยันตัวตนระหว่าง Client และ Server (ทำบนเครื่อง Client ในที่นี้คือ Mac OS X)
MacClient:~ UserA$ ssh-keygen -t rsa
MacClient:~ UserA$ ssh-keygen -t rsa
Generating public/private rsa key pair.
Enter file in which to save the key (/Users/UserA/.ssh/id_rsa):
Enter passphrase (empty for no passphrase):
Enter same passphrase again:
Your identification has been saved in /Users/UserA/.ssh/id_rsa.
Your public key has been saved in /Users/UserA/.ssh/id_rsa.pub.
The key fingerprint is:
a4:74:0b:bc:2f:d1:f5:c7:4e:90:51:7f:f4:45:84:a0 UserA@MacClient
(more…)
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา default editor บน linux และ *bsd มักจะเป็น vi ซึ่งตามปกติแล้ว system administrator (sysadmin) จำเป็นต้องใช้ default editor ของ os ในหลายๆ เหตุการณ์ เช่น ใช้ในคำสั่ง crontab เป็นต้น
หลังจากที่ติดตั้ง Ubuntu 8.04 hardy ก็พบว่า default editor ไม่ใช่ vi ที่ผมคุ้นเคย กลับกลายเป็น nano editor หน้าตาเหมือนกับ pine (pine e-mail client) สมัยที่ linux ยังไม่เฟื่องฟู … เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ เรามาเปลี่ยน default editor บน ubuntu กันดีกว่าครับ
(more…)
หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่มีไฟล์ /etc/inittab อยู่บน ubuntu 8.04 (ที่จริงมันหายไปตั้งแต่ ubuntu 6.10 แล้วละครับ) บางคนอาจจะคิดว่าติดตั้งผิดหรือเผลอลบไปตอนไหน อันที่จริงแล้ว /etc/inittab ไม่ได้หายไปหรอกครับเพียงแต่ ubuntu เปลี่ยนการใช้งาน /sbin/init daemon (System-V init) ไปเป็น Upstart แทน สำหรับผมแล้วรู่สึกว่าการใช้งาน System-V init มันง่ายกว่ากันเยอะเลย … ผมใช้งาน Upstart คล่องเมื่อไหร่จะมาเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกครั้ง
ไม่ยากใช่ไหมครับหากต้องการยกเลิก screen saver บน X window แต่สำหรับ text mode (linux console) ผมคิดว่าหลายๆ คนยังไม่เคยยกเลิก blank screen หรือกำลังหาทางยกเลิกมันอยู่ สำหรับผมแล้วการยกเลิก blank screen บน linux console นั้นมีประโยชน์มากครับ ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถทำงานไปพร้อมๆ กันกับการ monitor ดู error หรือ log จากอีกจอนึง (กรณีมีจอ monitor มากกว่าหนึ่งจอ) โดยที่ไม่ต้องคอยกดคีย์บอร์ดหรือเลื่อนเมาส์เพื่อให้ linux console แสดงผลอยู่ตลอดเวลา
สำหรับวิธีการนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยครับ แค่ใช้คำสั่ง setterm เท่านั้น
setterm -blank 0 -powersave off -powerdown 0 < /dev/console > /dev/console 2>&1
หากต้องการยกเลิก blank screen ทุกครั้งหลังจาก start linux ให้ทำการเพิ่มคำสั่งดังกล่าวในไฟล์ /etc/rc.local เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องคอยกดคีย์บอร์ดหรือเลื่อนเมาส์ทุกๆ 5 นาทีแล้วครับ
ในเบื่องต้นผมขอแนะนำให้รู้จัก Squid กันก่อนครับ
Squid เป็น Open Source Software ที่ให้บริการ Proxy caches ซึ่ง Squid สามารถติดตั้งให้ทำงานใน 3 รูปแบบหลักดังนี้
1. Standard Proxy Cache
ใช้สำหรับเก็บ cache ของ static web pages จำพวก html และรูปภาพ โดยทั่วไปมักจะถูกใช้งานใน network ภายในองค์กร โดยที่ web pages ต่างๆ ที่ถูกเรียกผ่าน local network เป็นครั้งที่สอง web browser จะแสดงผล web pages นั้นผ่าน proxy cache แทนที่ไปดึงข้อมูลจาก web server มาแสดงผล (ประหยัด bandwidth และเพิ่มความเร็วในการแสดงผล)
2. Transparent Cache
ความสามารถหลักๆ เหมือนกับการติดตั้งแบบ standard proxy cache จะแตกต่างกันที่การติดตั้งแบบ transparent cache ไม่จำเป็นต้องปรับแต่ง web browser ให้สามารถใช้งาน proxy cache โดยที่ transparent cache จะทำหน้าที่คอยกรอง HTTP traffic (on port 80) แล้วตรวจสอบว่า request นั้นมีอยู่ใน cahce หรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะทำการส่งต่อไปยัง web server ของ web pages นั้น (สำหรับ Linux การใช้งาน transparent cache จะใช้ควบคู่ไปกับ iptables ในการกรอง HTTP traffic)
3. Reverse Proxy Cache
สำหรับ reverse proxy cache จะทำหน้าที่แตกต่างกับ standard และ transparent caches โดยที่ reverse proxy cache จะทำหน้าที่ลดภาระของ web server แทนที่การลด network bandwidth ของฝั่ง client กล่าวคือ reverse proxy cache ถูกติดตั้งอยู่หน้า web server (ระหว่าง internet และ web server) คอยจัดการ traffic ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนจะถึง web server ป้องกัน traffic ที่เพิ่มขึ้นโดยไม่พีงประสงค์ (ซึ่งอาจจะโดนโจมตีจาก hacker เป็นต้น) อีกทั้งยังลดภาระของ web server อีกทางนึง

(more…)